BANGEN ENGINEERING RECRUITMENT
สื่อคนตรงงาน สื่องานตรงใจ จัดหางานทั่วไทย ใกล้ไกลไม่สำคัญ
สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะรับการสัมภาษณ์งาน
งาน
HOME
๐ สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นการทักทายครั้งแรกจะให้นามบัตรก่อน และจะต้องรับนามบัตรโดยใช้ทั้งสองมือ เมื่อรับแล้วจะต้องนำมาวางบนโต๊ะข้างหน้าเมื่อเวลาคุยกันจะได้ดูรู้ชื่อ
๐ การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดสำหรับคนญี่ปุ่นเมื่อมีการนัดสัมภาษณ์ควรจะไปรอก่อนเวลานัดสัก 10 นาที
๐ รู้ว่าตนเองมีความรู้ ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในด้านใดด้านหนึ่ง
๐ รู้แหล่งข้อมูลในการสมัครงาน
๐ รู้แหล่งข้อมูลอื่นๆของหน่วยงานที่จะไปสมัครงาน
๐ รู้ว่าตนเองมีความรู้ ความเหมาะสมกับงานที่ตนเองสมัครหรือไม่
๐ รู้จักวิธีการเตรียมตัวก่อนสมัครงานหรือสัมภาษณ์งาน
๐ การแต่งกายไม่ถูกต้องเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัคร
๐ ไม่มีกริยามารยาท และการแสดงออกที่เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย เช่น ไม่แสดงความเคารพ (ไหว้) ผู้สัมภาษณ์ ถือวิสาสะ นั่งเก้าอี้โดยไม่ได้ขออนุญาตผู้สัมภาษณ์ก่อน
๐ น้ำเสียงแข็งกระด้าง ค่อยหรือดังเกินไป คลุมเครือไม่ชัดเจน พูดช้ามากหรือเร็วจนไม่น่าฟัง ฯลฯ
๐ ไม่มีบุคลิกภาพเป็นผู้ใหญ่ ขาดความรับผิดชอบ เช่น มาสัมภาษณ์ไม่ตรงเวลาลืมชื่อผู้นัดหมาย อ้างชื่อผู้รับรองโดยไม่ขอก่อน
๐ ขาดทักษะในการฟัง ไม่สามารถจับประเด็นสำคัญจากเรื่องที่ได้รับฟัง
๐ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงเกินไป ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้อื่น
๐ ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ประหม่า กระวนกระวาย เช่น ไม่กล้าสบตากับผู้สัมภาษณ์ ขยับตัวตลอดเวลาที่สัมภาษณ์
๐ ขาดทักษะในการสื่อความ ไม่สามารถเรียงลำดับความคิดของตนเองให้แสดงออกเป็นคำพูดได้อย่างราบรื่น และสื่อความ ได้ชัดเจนและต่อเนื่องไม่ติดขัด
๐ ไม่มีความคิดริเร่มสร้างสรรค์ ไม่ชอบแสดงความคิดเห็นแม้ในเรื่องที่ตนเองถนัดหรือมีความรู้เพียงพอ
๐ ไม่มีความรู้รอบตัว โดยเฉพาะในเรื่องที่สัมพันธ์กับตำแหน่งงาน และบริษัทที่ต้องการสมัครงาน
คำตอบที่ดีคือการบอกตามตรง ความจริง แสดงถึงความซื่อสัตย์ของผู้ตอบ พยายามเลี่ยงที่จะกล่าวในทางลบเกี่ยวกับผู้อื่น หากโยงถึงก้บบอกว่าไม่ขอพูดดีกว่า
เนื้อหาคงไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะประวัติก้คือประวัติ แต่อยู่ที่เทคนิคในการเล่า เรียบเรียงมาเป็นลำดับไหม มองเห็นภาพไหม น้ำเสียง สำนวน ภาษาที่ใช้ คะแนนไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาอยู่ที่วิธีการสื่อความที่ชัดเจน เข้าใจง่าย กระชับ รู้ว่าอะไรตรงไหนคือเนื้อตรงไหนเป็นน้ำ
คนที่ถามเยอะๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน จะแสดงถึงความกระตือรือร้นของตัวเอง ส่วนเรื่องสวัสดิการอะไรนั่นก็ถือว่าถามได้ครับ แต่อย่าไปถามแบบละเอียดยิบๆ เพราะมันก็อาจจะแสดงว่าที่คุณอยากจะมาทำ คุณสนใจผลตอบแทนมากกว่าที่จะสนใจทำงาน ทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้ทำอะไรให้บริษัทเลย แต่กลับถามเสียแล้วว่า บริษัทจะให้อะไรคุณบ้าง
ทำไมคุณจึงอยากทำงานที่นี่
การที่จะทำงานทีไหนก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามความเป็นมา ว่าทำไม คุณต้องการ ที่จะทำงาน ในบริษัทของเค้า และคำถามนี้ก็เป็น สิ่งที่คุณควร ทราบ และคุณก็ควรจะรู้ถึงเหตุผลของคุณอย่างแท้จริง ไม่ไช่ตอบไปสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นคุณอาจจะตอบว่า
"ดิฉันมีความสนใจในระบบการทำงานของที่นี่มาก และก็ทราบมาว่า ทางบริษัท ได้เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคน ได้แสดงความสามารถ ได้อย่างเต็มที่ค่ะ และดิฉันยังทราบมาอีกว่า ที่บริษัทรับฟังข้อเสนอ ของพนักงานทุกคน และ พร้อมจะแก้ไขถ้าข้อเสนอนั้น จะสามารถ พัฒนา ให้บริษัทให้มีความมั่นคง และหน้าเชื่อถือยิ่งขึ้นค่ะ"
2.ทำไมคุณถึงออกจากงานที่เคยทำอยู่
คำถามนี้จะง่ายมาก สำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน แต่จะเป็นคำถาม ที่ยากมาก สำหรับคนที่เคย มีประสบการณ์ ในการทำงานมาแล้ว และเป็น คำถามที่ตรงประเด็น มากเลยทีเดียว เพราะหากคุณพอใจ ต่องานที่ทำอยู่ คุณคงไม่ต้องหางานใหม่ ทำหรอกจริงไหมล่ะ คำถามนี้จึงเป็นคำถาม ที่คุณ ต้องเตรียมตัวอย่างมาก เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น
"ผมอยากจะเรียนรู้ถึงงานสายใหม่ ที่น่าจะเหมาะสมกับตัวผม มากกว่า ที่ผม เคยทำอยู่ครับ และผมคิดว่างานที่นี้ เหมาะสมกับผม และผม พร้อมที่จะทำงาน ตรงนี้มากที่สุด"
และที่สำคัญ คุณห้ามนำข้อเสีย ที่คุณได้รู้จาก บริษัทเก่า มาพูดเด็ดขาด เพราะสิ่งนั้น อาจทำให้คะแนน แห่งความเชื่อถือ ของคุณ ลดลงก็ได้
3.ลองเล่าประวัติของคุณแบบย่อ ๆ
การที่จะทำงานร่วมกันได้นั้น สิ่งที่สำคัญ ก็จะเป็นเรี่อง ข้อมูลส่วนตัว ประวัติ ความเป็นมา เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถบ่งบอกถึง นิสัยใจคอของคุณได้ และ สามารถบอกถึง ความเหมาะสม กับงานด้านนี้ของคุณ ในการตอบคำถาม จึงควรอยู่ในแง่ของ การทำงาน บุคลิกภาพส่วนตัว และแง่คิดของชีวิต บ้างนิดหน่อย คุณไม่ควรจะเล่าประวัติชีวิตของคุณให้มากเกินไป เพราะการพูดมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวคุณเอง เช่น
" ผมเป็นคนเคารพเวลา ไม่ชอบให้ใครรอ เพราะฉะนั้นเวลาในการ ทำงานของผม จะตรงต่อเวลาเสมอ แต่ผมก็มีข้อเสียนะครับ คือเวลา ที่ผมรอใคร แล้วคนคนนั้น ไม่มาสักที ผมก็มักจะควบคุมอารมณ์ ของตัวเอง ไม่ค่อยได้ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของเค้า เป็นเหตุผลที่น่าฟังมาก ก็ตาม และตอนนี้ผมกำลังหาวิธี เพื่อแก้ไข ข้อบกพร่องของผมอยู่ครับ"
4.คุณคิดจะทำอะไรให้กับบริษัทมากที่สุด
คำถามนี้จะทำให้คุณบอกถึง ความสามารถของคุณ ที่จะทำให้กับบริษัท ได้มากน้อยแค่ไหน ในการบอกถึงคุณสมบัติ ที่คุณสามารถทำได้นั้น ไม่ถือว่า เป็นการโอ้อวดว่า คุณเก่งแต่อย่างไร แต่สิ่งที่คุณพูดนั้น จะสามารถสร้าง น้ำหนัก ในการตอบคำถามให้แก่คุณได้
5.จะมีปัญหาอะไรไหมหากต้องทำงานล่วงเวลา
เจอคำถามนี้เข้า ก็ทำให้อึ้งเอาการ อยู่ทีเดียว ก็แหมใครอยากจะไป ทำงาน ล่วงเวลา หากไม่ได้ อะไรตอบแทนบ้างเลย ฉะนั้นในการตอบคำถามนี้ คุณควรจะกล่าวถึง ความพร้อมเสมอ ในการทำงานล่วงเวลา ถึงแม้ว่า ค่าตอบแทน อาจจะน้อยมาก หรือในการทำงานล่วงเวลา จะไปตรงกับ ตารางนัดสำคัญ กับคนพิเศษของคุณก็ตาม
"เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ผมก็พร้อมจะทำงาน ล่วงเวลาเสมอ"
6.เรื่องทั่ว ๆ ไป
ในการสัมภาษณ์คุณอาจจะต้องพูดถึง เรื่องปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ข่าวทาง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และค่านิยม ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เป็นข่าว หนังสือพิมพ์ คำถามนี้จะแสดงให้เห็นว่า คุณให้ความสนใจกับข่าวสาร บ้านเมือง ไม่เป็นคนที่ตกข่าว สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ปัจจุบัน การทราบข้อมูลเหล่านี้ อาจทำให้คะแนน การสัมภาษณ์ ของคุณ เพิ่มขึ้นมาก็ได้
7.ความใฝ่ฝันและโครงการในอนาคต
เป็นการพิจารณาถึง ความเอาจริงเอาจังของคุณ เพราะหากคุณสามารถบอกถึง ทิศทางในอนาคตได้ นั่นก็แสดงว่าคุณสามารถรับผิดชอบ ในงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างดีทีเดียว ก็ขนาดอนาคตที่ไม่มีใคร สามารถรู้ได้ คุณยัง วางแผนสู่อนาคต ได้อย่างเป็นระบบ นั่นก็หมายถึงว่า คุณไม่ได้มีความคิด ย่ำอยู่กับที่จริงไหม
8. คุณมีงานอดิเรกอะไรไหม
คำถามในข้อนี้จะเจาะประเด็นว่า คุณรู้จักแบ่งเวลาของคุณ ให้เกิดประโยชน์ มากน้อยแค่ไหน และแสดงให้เห็นถึง บุคลิกของคุณว่า คุณเป็นคนอย่างไร ร่าเริง เปิดเผย หรือเก็บตัว เช่น ถ้าคุณตอบว่า คุณชอบอ่านหนังสือ คุณอาจจะ ถูกถาม ต่อว่า หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน คือเรื่องอะไร และอาจให้คุณวิจารณ์ ถึงหนังสือเล่มนั้น ในการถามคำถามนี้ ยังสามารถได้รู้ถึง ความละเอียด อ่อนของคุณ การรู้จักสังเกต การมีปฏิภาณไหวพริบ กระทั่ง การใช้ชีวิต ร่วมกับคนอื่น ๆ อีกด้วย
9. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่
เป็นเรื่องที่ยากมาก ในการตอบคำถามนี้ ถ้าหากว่า งานที่คุณไปสมัคร ระบุ เงินเดือนไว้แล้ว ก็เกิดความสบายใจหน่อย แต่ถ้าไม่ได้ระบุถึง อัตรา ค่าจ้างเลย ก็แย่หน่อย ทางที่ดีคุณควรตอบ ตามอัตราเงินเดือน ที่คนทั่วไป ได้รับกัน เช่น อาจจะถามเพื่อน ที่ทำงาน เหมือนกับตำแหน่ง ที่คุณสมัคร หรือตอบตาม เงินเดือนราชการ ที่คุณทราบก็ได้ แต่ถ้าหากผู้สัมภาษณ์ เสนอเงินเดือน มาสูง หรือต่ำกว่า อัตราที่คุณรู้ คุณก็อย่าพึ่งตอบตกลง คุณอาจจะขอเวลาในการ พิจารณาสัก 3 วัน แล้วค่อยให้คำตอบ เพราะถ้า เกิดคุณตอบตกลงไปแล้ว และคุณมาขอขึ้นทีหลังก็เหมือนกับว่า คุณเป็นคนโลเล ไม่น่าเชื่อถือก็ได้
10. คุณมีข้อสงสัยอะไรอีกไหม
เจอคำถามนี้ก็บ่งบอกว่า การสัมภาษณ์ได้สิ้นสุดลง แต่ในการตอบคำถาม ข้อสุดท้ายนี้ จะตอบอย่างไรดี ที่จะแสดงว่า เราไม่เป็นคนไม่ฉลาดออกมา เช่น คุณอาจถามย้ำ เรื่องเวลาการทำงานก็ได้
"ผมอยากทราบเวลา ที่แน่นอน ในการทำงานของผมครับ"
หรือคุณอาจจะไม่ต้องการถามอะไรก็ได้ เพราะการ ไม่ได้ถามก็เท่ากับว่า คุณได้ทราบข้อมูล ของบริษัทมากพอแล้ว แต่ถ้าเกิด สงสัยจริง ๆ ก็ควรตั้ง คำถามที่ฟังแล้วดูดี และถูกใจนายจ้างของคุณ ให้มากที่สุด
คำถามที่พูดมาข้างต้นนี้ดู ดูแล้วไม่ยากเลยใช่ไหม สำหรับการเตรียมตัว ในการ สัมภาษณ์ของคุณ แค่คุณมีความพร้อมกับ 10 คำถามเด็ด ๆ นี้ คุณก็สามารถ ชนะใจ กรรมการ ได้แล้ว อย่างน้อยมันคงมีสักคำถามล่ะ ที่ตรงกับการเตรียมตัวของคุณ และสร้าง ความมั่นใจ ในการตอบคำถามของคุณได้ แล้วอย่าลืมนำไป ปฏิบัติดูนะ เพราะสิ่งนี้ เป็นเส้นทาง ที่จะทำให้คุณสามารถได้รับ คัดเลือกเป็นพนักงาน ในบริษัทที่คุณใฝ่ฝัน ได้อย่างภาคภูมิใจ
ด้วยความปรารถนาดีจาก
BANGKEN ENGINEERING RECRUTMENT CO., LTD
บริษัทฯ ยินดีให้คำปรึกษาในเรื่องการสมัครงานทั้งก่อนและหลังการให้บริการ ด้วยความยินดีและขอบคุณ
HOME